สรุปข่าวราคาทองคำ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 11 มีนาคม 2562

ข่าว

สรุปข่าวราคาทองคำ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 11 มีนาคม 2562

11 มีนาคม 2562
· ราคาทองคำค่อนข้างทรงตัวในกรอบแคบ ท่ามกลางค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า แต่ราคาสามารถทรงตัวเหนือระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ที่ปรับขึ้นมาหลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯประกาศออกมาอ่อนแอเมื่อวันศุกร์ได้ โดยมีแรงหนุนมาจากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

โดยราคาทองคำปรับสูงขึ้นเล็กน้อยประมาณ 0.1% บริเวณ 1,296.62 เหรียญ หลังจากที่ขึ้นเหนือระดับ 1,300 เหรียญได้ในชั่วขณะหนึ่งของคืนวันศุกร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. และในวันศุกร์สามารถปรับสูงขึ้นมาได้ 1% ซึ่งเป็นอัตราเพิ่มขึ้นรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ.

ด้านราคาสัญญาทองคำ COMEX ปรับลดลง 0.2% บริเวณ 1,296.70 เหรียญ

· ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นได้ 0.1% เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักอื่นๆและเคลื่อนไหวใกล้ระดับแข็งค่าที่สุดในรอบ 3 เดือนที่ขึ้นมาได้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ทองคำมีราคาที่สูงขึ้นสำหรับประเทศที่ไม่ใช้สกุลเงินดอลลาร์

· นักวิเคราะห์จาก OANDA ระบุว่า การที่ราคาทองคำปรับร่วงลงในช่วงเช้าวันนี้ ส่วนหนึงเกิดจากแรงเทขายทำกำไรหลังจากที่ราคาปรับขึ้นได้เมื่อวันศุกร์ ขณะที่อีกส่วนหนึงเกิดจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า จึงไปกดดันทองคำ อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมรายเดือน ราคาทองคำยังมีความแข็งแกร่ง และมีแนวโน้มที่จะปรับสูงขึ้นได้ในเดือนต่อๆไป เนื่องจากเศรษฐกิจทั่วโลกกำลังส่งสัญญาณชะลอตัวลง ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยหนุนทองคำ

· นักวิเคราะห์จาก Phillip Futures ระบุว่า ความต้องการในทองคำถูกบั่นทอนลงไปจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า แต่ยังคงมองว่าทองคำจะยังมีความต้องการที่แข็งแกร่งท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2019 นอกจากนี้ ราคาทองคำน่าจะทรงตัวเพื่อรอดูการลงมติครั้งสำคัญเกี่ยวกับประเด็น Brexit

อังกฤษมีกำหนดจะถอนตัวออกจากอียูในวันที่ 29 มี.ค. ขณะที่วันอังคารนี้ รัฐสภามีกำหนดจะลงมติในข้อตกลง Brexit ซึ่งมีแนวโน้มว่าเสียงส่วนใหญ่จะไม่สนับสนุน ขณะที่เศรษฐกิจอังกฤษจะเผชิญกับความผันผวนครั้งใหญ่ อาจถอนตัวออกจากอียูแบบไม่มีข้อตกลงทางการค้าใดๆ

ในขณะเดียวกัน รายงานจาก CFTC ระบุว่า บรรดานักลงทุนได้ปรับลดสถานะ Long ในทองคำลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

· ผลสำรวจจาก Kitco แสดงให้เห็นว่า เสียงส่วนใหญ่ของกลุ่มนักลงทุนส่วนใหญ่กว่า 86% มองทองคำจะปรับขึ้นได้ต่อ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญตลาดทองคำกว่า51% มองว่าทองคำจะปรับขึ้นได้

· กรรมการผู้จัดการจาก Walsh Trading กล่าวว่า ราคาทองคำทำจุดต่ำสุดไปแล้ว และดูว่ากำลังจะปรับตัวสูงขึ้นได้ต่อ ท่ามกลางทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ดูจะชะลอตัว ขณะที่นักลงทุนบางส่วนมีการปิดสถานะ Long ออกไปจากตลาด แต่ก็มีการกลับเข้ามาถือครองทองคำอีกครั้ง อันเนื่องจากการปรับตัวลงของตลาดหุ้น

· นักวิเคราะห์จาก ForexLive กล่าวว่า ราคาทองคำกลับทดสอบแนวรับ และมีแนวโน้มที่จะยังปรับตัวขึ้นได้ต่อ

· หัวหน้านักกลยุทธ์จาก SIA Wealth Management กล่าวว่า ราคาทองคำดูจะปรับตัวขึ้นได้ในระยะสั้นๆ แต่ก็ดูจะมีแรงจำกัดการปรับขึ้นของทองคำอยู่ในระยะกลาง แม้ว่าข้อมูล Non-Farm Payrolls จะออกมาแย่กว่าที่คาดและทำให้เฟดน่าจะยังคงดอกเบี้ย รวมถึงการปรับแข็งค่าของดอลลาร์ โดยที่ข้อมูลเศรษฐกิจส่วนใหญ่ที่อ่อนแอ มักจะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยผลักดันราคาทองคำให้ปรับตัวสูงขึ้น แต่การแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์ก็ดูจะเป็นปัจจัยที่ช่วยดันให้ราคาทองคำกลับขึ้นมาแตะ 1,325 เหรียญได้ในอีก 2-3 สัปดาห์ และหากราคาทองคำยืนเหนือ 1,350 เหรียญได้ ก็น่าจะต้องได้รับอานิสงส์ เชิงบวกจากการที่เฟดกลับมาใช้ท่าทีผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มขึ้น และไม่คิดว่าจะเห็นเฟดพร้อมเดินหน้าต่อในเวลานี้

· ราคามีการลงมาทดสอบเส้นแนวรับของเทรนขาขึ้นระยะยาว และดีดกลับขึ้นไปเหนือเส้นแนวรับดังกล่าว บ่งชี้ว่าราคายังมีแรงซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมา ซึ่งเป็นผลพวงมาจากประเด็นความไม่แน่นอนทางการเมือง รวมถึงสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดทิศทางของราคาทองคำสัปดาห์นี้ไว้ 2 กรณี

1. ราคาปิดเหนือแนวรับ และแนวรับขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงบริเวณ 1,308 เหรียญ และเมื่อผ่านไปได้ จะมีแนวต้านที่บริเวณ 1,318 เหรียญ ตามมาด้วย 1,327 เหรียญ

2.ฝั่ง Short เริ่มหมดกำลัง เนื่องจากราคายังยืนเหนือแนวรับได้อย่างแข็งแกร่ง แต่ฝั่ง Short จะเริ่มกลับมาอีกครั้ง เมื่อราคาหลุดแนวรับที่ 1,284 เหรียญ และ 1,273 เหรียญ

มุมมองฝั่งขาขึ้น – ฝั่งขาขึ้นเป็นฝ่ายชนะในตลาดสัปดาห์ก่อน เนื่องจากเทรนขาขึ้นระยะยาวยังคงอยู่ และปิดตลาดในแดนบวกขึ้นมาได้ 5 เหรียญ แม้ว่าการเคลื่อนไหวของราคาจะสร้างความตื่นตระหนกให้กับฝั่งขาขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ที่แล้วบ้างก็ตาม ทั้งนี้ ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจก็ยังเป็นผลบวกต่อฝั่งขาขึ้น ไปจนกว่าราคาจะหลุดแนวรับสำคัญ

มุมมองฝั่งขาลง – ฝั่งขาลงประสบความล้มเหลวที่จะ Break แนวรับสำคัญลงมา และเริ่มอ่อนกำลังลงในสัปดาห์นี้ ฝั่งขาลงจะไม่ค่อยมีบทบาทมากเท่าไหร่นัก จนกว่าราคาจะหลุดแนวรับสำคัญรายสัปดาห์ลงมา

สำหรับภาพระยะยาว เชื่อว่าราคาจะคงทิศทางขาขึ้นระยะยาว และปรับตัวสูงขึ้นต่อได้

· สำหรับกลยุทธ์ทำกำไรสัปดาห์นี้ ฝั่งซื้อให้รอเข้าซื้อแถว 1,300 เหรียญ โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 1,308 เหรียญ และ 1,318 เหรียญ โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 1,290 เหรียญ ส่วนเป้าหมายทำกำไรระยะยาวอยู่ที่ 1,327 เหรียญ

สำหรับฝั่งขายให้รอจนกว่าราคาหลุดแนวรับ จากนั้นจะมีเป้าหมายทำกำไรแถว 1,284 เหรียญ และ 1,273 เหรียญ

· ด้านราคาพลาเดียมปรับสูงขึ้น 0.2% บริเวณ 1,517.37 เหรียญ ขณะที่ซิลเวอร์ทรงตัวแถว 15.30 เหรียญ

· ส่วนราคาแพลทินั่มปรับลง 0.6% แถว 810.43 เหรียญ หลังจากลงไปทำระดับต่ำสุดระหว่างวันที่ 806.50 เหรียญ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของวันที่ 19 ก.พ.

บริษัท เอ็มทีเอส แคปปิตอล จำกัด
10,12,14 ชั้น 3 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
Copyright © 2024 MTS Capital Co., Ltd. All right reserved